วันจักรี 6 เม.ย. เบิกฤกษ์ใช้เหรียญกษาปณ์-ธนบัตรรัชกาลที่ 10 เป็นวันแรก กรมธนารักษ์ประเดิมวันแรก 211 ล้านเหรียญ ด้านแบงก์ชาติพร้อมนำธนบัตรแบบ 17 จำนวน 3 ชนิด 20 บาท 50 บาท 100 บาท เปิดแลกได้ผ่านตู้เอทีเอ็ม และสาขาธนาคารพาณิชย์ -แบงก์รัฐ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์พร้อมเปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันจักรี 6 เม.ย.นี้

เป็นวันแรก โดยจำกัดการจ่ายแลก 1 คน ต่อ 1 ชุด เพื่อให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง โดย 1 ชุด ประกอบด้วย เหรียญ 10 บาท จำนวน 40 เหรียญ มูลค่า 400 บาท เหรียญ 5 บาท จำนวน 40 เหรียญ มูลค่า 200 บาท เหรียญ 2 บาท จำนวน 100 เหรียญ มูลค่า 200 บาท เหรียญ 1 บาท จำนวน 100 เหรียญ มูลค่า 100 บาท เหรียญ 50 สตางค์ จำนวน 200 เหรียญ มูลค่า 100 บาท และเหรียญ 25 สตางค์ 20 เหรียญ มูลค่า  5 บาท รวมเงินที่จ่ายแลก 1 ชุด มีมูลค่า 1,005 บาท “ในวันแรกกรมฯจะมีเหรียญให้เปิดแลกทั้งหมด  6 ชนิด จำนวน 211 ล้านเหรียญ ในราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ส่วนเหรียญ 1 สตางค์ 5 สตางค์ และ 10 สตางค์ จะไม่เปิดจ่ายแลกเนื่องจากไม่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่จะผลิตเพื่อใช้ในทางบัญชีเท่านั้น” 

ทั้งนี้การจะเริ่มเปิดจ่ายแลกในวันแรก จะเริ่มตั้งแต่ 8.30-15.30 น. ณ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340, 0 2273 0899-902 ต่อ 5115 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯโทร 0 2282 4109-10 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7943-49 และศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา และสุราษฎร์ธานี และตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไปจะเปิดให้ประชาชนได้จ่ายแลกเป็นปกติ
 
นายพชรกล่าวว่า ยืนยันว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โดยขนาดเหรียญจะเท่ากันทุกชนิด สามารถใช้บริการตู้หยอดเหรียญชนิดต่างๆ ได้ตามปกติ  และหลังจากนี้ กรมฯ ตั้งเป้าหมายภายในปีนี้จะผลิตเหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ 10 เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ 2,345 ล้านเหรียญ โดยส่วนหนึ่งจะผลิตเองจากโรงกษาปณ์ และบางส่วนจะนำเข้าจากเยอรมนี และฝรั่งเศส เนื่องจากโรงกษาปณ์มีกำลังการผลิตจำกัดเพียง 1,300 ล้านเหรียญต่อปีเท่านั้น  โดยปัจจุบันมีเหรียญในระบบ 3 หมื่นล้านเหรียญ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews