ธนาคารโลกเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเมื่อปีที่แล้วเป็น 3.0% และของปีนี้คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% แต่เตือนว่ามาตรการกีดกันการค้าและหนี้สาธารณะของหลายประเทศที่เพิ่มขึ้นจะเป็น “อุปสรรค” ต่อกระบวนการเศรษฐกิจโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่าธนาคารโลกออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ปรับเพิ่มประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกประจำปี 2560 เป็น 3.0%

เพิ่มขึ้นจากรายงานเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.7%  ขณะที่คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ตามการวิเคราะห์ของเวิลด์แบงก์จะอยู่ที่ 3.1% และ 3.0% ในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจโลกระหว่างปี 2556 ถึง 2560 อยู่ที่เฉลี่ย 2.5% ต่อปี ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา และน้อยยิ่งกว่านั้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่เมื่อจำแนกออกเป็นรายประเทศพบว่า เศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกขยายตัว 2.3% เมื่อปีที่แล้ว และ 2.2% ในปีนี้ ด้านเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 คือจีน ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นถึง 0.3 จุด เป็น 6.8% เมื่อปีที่แล้ว และ 6.4% ในปีนี้

ขณะเดียวกัน รายงานของเวิลด์แบงก์ระบุด้วยว่าการที่ธนาคารกลางของหลายประเทศพยายามรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับต่ำตลอดปีที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว “อย่างเป็นระบบ” แต่เวิลด์แบงก์ยอมรับว่าเป็นไปตามกลไกลของตลาดที่การขยายตัวจะหยุดเอง “เมื่อถึงเวลา” โดยความเสี่ยงตามสถานการณ์ในปัจจุบัน คือการที่หลายประเทศมีปริมาณหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการกดดันให้ธนาคารกลางของประเทศนั้นต้องปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมาย และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น แม้รายงานของเวิลด์แบงก์ในส่วนดังกล่าวไม่มีการพาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดโดยตรง แต่รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายการค้าที่ “เกรี้ยวกราด” กับประเทศคู่แข่งมาตลอด โดยเฉพาะกับจีน และประเทศเพื่อนบ้านคือแคนาดาและเม็กซิโก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews